วันศุกร์, 2 ตุลาคม 2569

รายงานการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

ชื่อผลงาน          รายงานการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ชื่อผู้รายงาน      นายยุทธนา บุญพุฒ รองผู้อํานวยการโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
ปีที่พิมพ์             2564

___________________________________________________________________________

                                                                   บทคัดย่อ


                     รายงานการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อ
ประเมินโครงการ
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล สังกัดสํานัก
งานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
ชัยภูมิ ใน
๔ ด้านคือ ๑.ด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม
ของโครงการ ๒.ด้านปัจจัยนําเข้าของโครงการ ๓.ด้านกระบวนการดําเนินงานของโครงการ
และ ๔.ด้านผลผลิตของโครงการ
โดยผู้รายงานได้ใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปโมเดล
(
CIPP Model) มีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ๑. คณะกรรมการดําเนินงาน ประกอบด้วย
ผู้บริหาร
๓ คน (ไม่รวมผู้วิจัย) ๒.ครูผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนางานระบบการดูแลช่วยเหลือ
นักเรียนของ
โรงเรียนชัยภูมิ ภักดีชุมพล สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาชัยภูมิ
จํานวน
๒๔ คน๓.คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ๑๕ คน
จํานวนทั้งหมด
๔๒ คน ๔.นักเรียนที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ จํานวนทั้งหมด ๓๖๘ คน
๕. ผู้ปกครองนักเรียนที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์จํานวนทั้งหมด ๓๖๘ คนรวมกลุ่มเป้าหมาย
ที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ จํานวน ๗๓๖
คน เครื่องมือที่ใช้ประเมินโครงการคือแบบสอบถาม
จํานวน ๔ ชุด
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าความถี่ ร้อยละ ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่ามัชฉิมเลขคณิต และการวิเคราะห์เนื้อหา


ผลการประเมินโครงการ พบว่า


     ๑. การประเมินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ โดยรูปแบบการประเมินซิปโมเดล (
CIPP Model) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงลําดับค่ามัชฉิมเลขคณิตจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม ด้านปัจจัยนําเข้า ด้านกระบวนการและด้านผลผลิต ตามลําดับ
     ๒. การประเมินบริบทหรือสภาวะแวดล้อม ได้จากการสํารวจจํานวนนักเรียนที่มีพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์และที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และสํารวจความคิดเห็นของคณะกรรมการดําเนินงานสรุปได้ดังนี้

๒.๑  ผลการสํารวจบันทึกข้อมูลงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อหาจํานวนนักเรียนที่มีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด พบว่ามีนักเรียนที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในปีการศึกษา๒๕๖๔  จํานวน ๒๔  คน จําแนกตามประเภทได้แก่ ดื่มสุรา ๔ สูบบุหรี่ ๘ คน และ สูบบุหรี่ไฟฟ้า ๒๙ คนนักเรียนทะเลาะวิวาท ๖ คน พฤติกรรมชู้สาว ๘ แต่งกายไม่ถูกระเบียบ ๖๑ คน พฤติกรรมก้าวร้าว ๓ คนพฤติกรรมติดเกม ๑๓ คน พฤติกรรมหนีเรียน ๒๖ พฤติกรรมไม่เข้าแถวเคารพธงชาติ ๔๗ คน พฤติกรรมมาสาย ๑๔๙ รวมนักเรียนที่มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ดังกล่าว 3๕๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๒.๑๒
      ๒.๒  ผลการประเมินจากคณะกรรมการดําเนินงาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับบริบทหรือสภาวะแวดล้อมในการดําเนินโครงการ โดยภาพรวมแล้ว มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือระเบียบแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน การเสริมสร้างพัฒนาทักษะชีวิต การคุ้มครองนักเรียนและการนํานักเรียนที่หลุดออกจากระบบกลับเข้าสู่การเรียนรู้ในระบบ มีความชัดเจน นําสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ําที่สุดคือ มีการนําข้อมูลสถิติสถานการณ์ปัจจุบันด้าน

ปัญหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
มาใช้ในการ
พัฒนาการวางแผนดําเนินงานโครงการได้อย่างเหมาะสม
๒. การประเมินจากคณะกรรมการ
ดําเนินงาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัย
นําเข้าต่าง ๆ ในการดําเนินโครงการ โดยภาพรวมแล้วพบว่า
มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ บูรณาการการดําเนินการระบบการ
ดูแลช่วยเหลือนักเรียนร่วมกับการการเสริมสร้าง พัฒนาทักษะชีวิต ในการเรียน

การสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ําที่สุดคือ มีจํานวนบุคลากรเพียงพอต่อการดําเนินการ


๓. การประเมินจากคณะกรรมการดําเนินงาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการ ในการดําเนิน
โครงการ โดยภาพรวมแล้วพบว่ามีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ
จัดตั้งคณะกรรมการดําเนินงานตามโครงการป้องกันและแก้ไขพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์และปัญหายาเสพติดของนักเรียน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ําที่สุดคือ เผยแพร่ผลการดําเนินงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชุมชน และผู้ปกครอง ได้รับทราบ

๔. การประเมินผลผลิตจากการดําเนินงานโครงการสรุปได้ดังนี้

      ๔.๑ พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ สรุปผลจํานวนร้อยละของนักเรียนที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์เมื่อเสร็จสิ้นโครงการจําแนกตามกลุ่มพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ พบว่านักเรียนมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ลดลงถึงร้อยละ ๙๘.๒๙ เมื่อพิจารณาตามกลุ่มพฤติกรรมพบว่า ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมลดลงครบ ๑00
%ยกเว้นพฤติกรรมการมาสาย และการแต่งกายไม่ถูกระเบียบ ยังต้องปรับปรุงแก้ไขต่อไปอีก
       ๔.๒  ความคิดเห็นของคณะกรรมการดําเนินงาน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนเกี่ยวกับผลการดําเนินงานตามโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานตามความคิดเห็นของคณะกรรมการดําเนินงาน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการดําเนินงานตามโครงการสรุปผลดังนี้


๑) ผลการประเมินจากคณะกรรมการดําเนินงาน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับผลผลิตในการดําเนินโครงการ โดยภาพรวมแล้วพบว่า หลังดําเนินโครงการมีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ โรงเรียนร่วมมือกับเครือข่ายผู้ปกครองและตัวผู้ปกครองเองในการแก้ไขปัญหานักเรียนอย่างต่อเนื่อง ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ําที่สุดคือ จัดตั้งศูนย์รับปรึกษาปัญหาเฉพาะด้าน

๒) ผลการประเมินจากนักเรียน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับผลผลิตในการดําเนินโครงการโดยภาพรวมแล้ว พบว่า หลังดําเนินโครงการมีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ การนําสื่อและเทคโนโลยีมาใช้ประกอบการดําเนินกิจกรรม ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ําที่สุดคือ
จัดตั้งศูนย์รับปรึกษาปัญหาเฉพาะด้าน
๓) ผลการประเมินจากผู้ปกครองนักเรียน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับผลผลิต
ในการดําเนินโครงการ โดยภาพรวมแล้ว พบว่า หลังดําเนินโครงการมีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ การรวบรวมบันทึกข้อมูลนักเรียนรายบุคคลคลอบคลุมทุกมิติ ข้อมูลเป็นปัจจุบัน จัดเก็บอย่างเป็นระบบ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ําที่สุดคือ พ่อครูแม่ครูออกเยี่ยมบ้านผู้ปกครองเป็นระยะ ดูแลลูกนักเรียนอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

ดาวน์โหลดบทคัดย่อ ไฟล์ pdf ที่นี่

5/5 - (1 vote)