เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จัดประชุมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่าง สกสค. ธนาคารออมสิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 10 จังหวัด โดยมีผู้แทนจากธนาคารออมสิน ผู้แทนจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู และผู้อำนวยการสำนักงาน สกสค. จังหวัด ได้แก่ สำนักงาน สกสค. จังหวัดกระบี่ กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี เชียงราย นครพนม นครสวรรค์ สมุทรปราการ สุพรรณบุรี และจังหวัด สุราษฎร์ธานี ร่วมประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจในแนวทางการดำเนินการโครงการฯ ไปสู่การขยายผลการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินและลดภาระให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาไปยังจังหวัดอื่น ๆ โดยมี ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. นางสาวชนนิกานต์ สืบชนะ รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. พร้อมด้วยผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ณ ห้องประชุมเทพหัสดิน ชั้น 1 อาคารสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.
ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. กล่าวว่า ในปี 2569 สกสค. กับธนาคารออมสินยังเดินหน้าร่วมมือกันแก้ไขปัญหาหนี้สินครูต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือด้านการลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ซึ่งได้รับแจ้งจากผู้แทนธนาคารออมสินว่ากำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของธนาคารอย่างเร่งด่วน สำหรับในส่วนของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู สกสค. ก็มีความร่วมมือกับธนาคารออมสินที่จะให้การสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต่าง ๆ เบื้องต้นในวงเงิน 5,000ล้านบาท เพื่อไปให้ความช่วยเหลือแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ให้ได้รับเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำอีกด้วย ซึ่งในเรื่องนี้ในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 นี้ สกสค. กับธนาคารออมสิน กำหนดให้มีการประชุมร่วมกันโดยมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูใน 4 ภูมิภาค 10 จังหวัดนำร่อง เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือเพื่อพัฒนาการให้ความช่วยเหลือในด้านการส่งเสริมวินัยทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของครูอย่างแท้จริง
“การประชุมครั้งนี้เป็นการให้ความช่วยเหลือทั้งผู้กู้ และผู้ค้ำ เป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง สกสค. กับธนาคารออมสิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ขอให้ธนาคารออมสินพิจาราณา สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยครูที่มีปัญหา ฟ้องร้อง ให้มีการไกล่เกลี่ย ลดภาระผู้กู้และผู้ค้ำ”เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. กล่าวและว่า นอกจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 10 จังหวัดนำร่อง ใน 4 ภูมิภาค ที่มาร่วมประชุมดังกล่าวแล้ว ยังมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอีกหลายจังหวัดที่ให้ความสนใจ ซึ่งหลังจากนี้ สกสค. จะได้ขยายผลโครงการเพื่อให้ความช่วยเหลือไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูใน 77 จังหวัดทุกภูมิภาค ต่อไป
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ ดร.พีระพันธ์ เข้ามารับผิดชอบงาน สกสค. ตั้งแต่ปี 2567 ได้เริ่มผลักดันการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งที่เป็นผู้กู้และผู้ค้ำประกันที่ประสบความเดือดร้อนมาโดยตลอด โดยได้ประสานงานร่วมมือกับสถาบันการเงินและสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะธนาคารออมสินได้มีการประชุมหารือร่วมกันต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งได้ปรากฏผลการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและลดภาระหนี้ระหว่างปี 2567- 2568 ไปแล้วหลายประการ ได้แก่ ลดดอกเบี้ยให้กับครูกว่า 230,000 ราย เป็นเงิน 1,600 ล้านบาท ช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาด้วยการไม่ฟ้อง ไม่ยึดทรัพย์ ไม่ขายทอดตลาดและไม่ฟ้องล้มละลายโดยให้มีการปรับโครงสร้างหนี้กับครูจำนวน 8,868 ราย เป็นเงิน 14,917 ล้านบาทให้การศึกษาอบรมส่งเสริมการสร้างวินัยทางการเงินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนมากกว่า 22,000 ราย