หุ้นของ Microsoft ปรับตัวขึ้นทันทีกว่า 8% หลังตลาดปิดในวันพุธที่ผ่านมา หลังบริษัทประกาศรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ประจำปี 2026 เผยรายได้ดี มีกำไร พร้อมยืนยันจะเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ต่อเนื่องในปี 2026 นี้
ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2026
โดยผลประกอบการของ Microsoft สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 มีรายละเอียดดังนี้
- รายได้รวม 90,010 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ LSEG คาดที่ 87,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- กำไรสุทธิอยู่ที่ 35,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.81 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 27,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ในปีก่อน
Microsoft ระบุว่า กำไรของบริษัทมีแรงหนุนมาจากการลงทุนใน Anthropic มูลค่ากว่า 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าคาดจากโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดโดยสมัครใจครั้งแรกของบริษัท
สำหรับไฮไลต์ผลการดำเนินงานของ Microsoft ในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ประกอบไปด้วย
- รายได้จาก Microsoft Cloud อยู่ที่ 59,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 27% ขณะที่มูลค่างานในมือที่ยังไม่รับรู้รายได้เพิ่มขึ้น 84% เป็น 678,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- กลุ่มธุรกิจ Productivity and Business Processes ซึ่งประกอบไปด้วย Microsoft 365 สำหรับองค์กรและบุคคลทั่วไป ตลอดจน LinkedIn โดยในกลุ่มนี้มีรายได้อยู่ที่ 37,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยส่งสัญญาณสำคัญคือ การใช้งาน Cloud ของลูกค้าบุคคลทั่วไปเริ่มมากกว่าลูกค้าองค์กรแล้วในปีที่ผ่านมา
- กลุ่มธุรกิจ Intelligent Cloud ซึ่งมีธุรกิจ Azure อยู่ มีรายได้อยู่ที่ 39,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 32% โดยรายได้จาก Azure ถือเป็นไฮไลต์หลักเพราะเพิ่มขึ้นมากถึง 43%
- กลุ่มธุรกิจ More Personal Computing รายได้อยู่ที่ 12,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลง 4% จากปีก่อนหน้า โดยในกลุ่มนี้เป็นธุรกิจขา Devices ประกอบไปด้วย Windows OEM และอุปกรณ์อื่น Xbox และธุรกิจโฆษณาผ่านระบบค้นหา (Search Advertising) ซึ่งแต่ละหน่วยธุรกิจในกลุ่มนี้มีรายได้ลดลงทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ Microsoft ยังคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นรวม 10,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2026 ผ่านการจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืน
ผลประกอบการตลอดปีงบประมาณ 2026
Microsoft เปิดเผยผลประกอบการสำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2026 เมื่อเทียบกับปีก่อน ดังนี้
- รายได้รวมอยู่ที่ 331,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18%
- กำไรสุทธิอยู่ที่ 133,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 31%
อย่างไรก็ตาม แม้ผลประกอบการทั้งปีจะออกมาแข็งแกร่ง แต่ก่อนประกาศงบในไตรมาสล่าสุด หุ้นของ Microsoft ได้มีการปรับตัวลงแล้วประมาณ 19% นับตั้งแต่ต้นปี 2026 ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นราว 7%
ช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนได้เทขายหุ้นซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ในปีนี้ เนื่องจากกังวลว่า ธุรกิจซอฟต์แวร์ดั้งเดิมอาจถูกเทคโนโลยี AI เข้ามาดิสรัปต์อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ของ Deutsche Bank ยังเตือนว่า Microsoft มีความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะจากความสัมพันธ์กับ OpenAI ที่ได้รับผลกระทบจากโมเดล AI แบบ Open-Source ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ Microsoft เปิดเผยว่า ประมาณ 45% ของมูลค่างานในมือเชิงพาณิชย์ที่ยังไม่รับรู้รายได้ (Commercial Remaining Performance Obligations) มูลค่า 625,000 ล้านดอลลาร์ มาจาก OpenAI เกือบทั้งสิ้น
ด้านกระแสเงินสดอิสระอยู่ที่ 19,640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือลดลง 23% แม้จะอ่อนตัวลง แต่ทาง Amy Hood ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ระบุว่า Microsoft จะกลับมามีกระแสเงินสดอิสระเป็นบวกในปีงบประมาณ 2027
ส่วนรายได้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณถัดไปจะอยู่ที่ 89,850 ถึง 90,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 16% จากปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ของ LSEG คาดไว้ที่ 89,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และสำหรับปีงบประมาณ 2027 คาดว่าการลงทุนจะเพิ่มขึ้นอีก จากสัญญาณความต้องการที่แข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ
ทั้งนี้ Satya Nadella ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Microsoft ระบุว่า เนื่องจากตอนนี้การเติบโตของลูกค้าธุรกิจทั่วไปเริ่มมากกว่าบริษัทผู้พัฒนาโมเดล AI บริษัทจึงจำเป็นที่จะต้องจัดสรรกำลังประมวลผลและชิป AI ให้เหมาะสมระหว่าง บริการคลาวด์ Azure งานวิจัย AI และผลิตภัณฑ์อย่าง Microsoft 365 Copilot เนื่องจากหากนำชิป AI ไปใช้ฝึกโมเดลมากขึ้น ก็จะเหลือทรัพยากรสำหรับลูกค้า Cloud น้อยลง
“เรากำลังทำให้ AI มีต้นทุนที่คุ้มค่ามากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าทุกคนสามารถเปลี่ยนการใช้งาน AI ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้” Satya Nadella กล่าว
